ทางเลือกใหม่สำหรับยักษ์หลับ

    โควต้าการไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในแต่ละฤดูกาลที่มาจากการอันดับคะแนนในลีกถือว่ามีความสำคัญสำหรับทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรปมาก เพราะการไปเล่นในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ถือเป็นเวทีที่สร้างรายได้ให้กับสโมสรเป็นอย่างมาก ซึ่งต่างกับการไปเล่นในศึกฟุตบอลยูโรป้า ลีก อย่างมหาศาลเลยทีเดียว แต่กับฟุตบอลยุคใหม่ด้วยแล้ว ทำให้แต่ละทีมมีความห่างชั้นกันน้อยลง โดยเฉพาะในศึกพรีเมียร์ลีกที่ถูกมองว่ามีถึง 6 ทีมด้วยกันที่มีโอกาสคว้าแชมป์ลีกได้ถึง 6 ทีมเลยทีเดียว แต่ในทางกลับกันโควต้าสำหรับการเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกจากตารางคะแนนในลีกจะมีได้เพียงแค่ 4 ทีมเท่านั้น ทำให้การขับเคี่ยวแย่งชิงพื้นที่ท็อปโฟร์จึงมีความเข้มข้น และยากลำบากขึ้น ซึ่งจะมีอย่างน้อย 2 ทีมที่ต้องผิดหวัง และอันดับจะหลุดลงมาเล่นได้เพียงศึกยูโรป้า ลีก เท่านั้น

อีกช่องทางหนึ่งสำหรับการที่จะได้ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลถัดมาหากไม่สามารถทำอันดับในลีกได้ตามเป้าหมายก็คือการคว้าแชมป์ศึกยูโรป้า ลีกให้ได้ ซึ่งจะทำให้ได้สิทธิ์ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลถัดมาแบบอัตโนมัติ ซึ่งทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยใช้เส้นทางลัดสายนี้มาแล้วในปีแรกของการคุมทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ เมื่อฤดูกาล 2016/2017 เมื่อกุนซือโปรตุกีสมั่นใจว่าเขาไม่สามารถพาทีมจบ 4 อันดับแรกบนตารางพรีเมียร์ลีกได้ จึงหันมาเน้นกับศึกยูโรป้า ลีกทันที แล้วก็ประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีกได้สำเร็จเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน หลังจากเอาชนะอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัมได้ในนัดชิงชนะเลิศ 2-0 และได้สิทธิ์ไปเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลถัดมาทันที

นี่ถือเป็นเส้นทางลัดที่น่าสนใจสำหรับลีกที่มีการแข่งขันบนหัวตารางกันสูงอย่างศึกพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะกับอาร์เซน่อลที่จะได้เล่นในถ้วยใบเล็กของยุโรปในฤดูกาลนี้ และสถานการณ์ในฤดูกาลนี้ของทีมที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือใหม่ และจากสภาพทีมในปัจจุบัน โอกาสที่จะหลุดจากท็อปโฟร์นั้นมีสูงมากทีเดียว ทำให้ทางลัดเส้นนี้น่าจะเป็นออปชั่นที่ดีสำหรับอูไน อเมรี่ กุนซือชาวสเปนที่เข้ามารับงานคุมทีมใหม่ทีเดียว แถมเขายังถูกโฉลกกับฟุตบอลรายการนี้ด้วย เพราะกุนซือวัย 46 ปี คือผู้ที่พาเซบีญ่าคว้าแชมป์รายการนี้ได้ 3 สมัยซ้อน ตั้งแต่ปี 2014-2016 จนทำให้เขาได้รับงานใหญ่ในการคุมทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมงมาแล้วด้วย