แชมป์จะเปลี่ยนมือ

   หลังจากที่ฟุตบอลถ้วยยุโรปรายการใหญ่ที่สุดเปลี่ยนชื่อจากยูโรเปี้ยน คัพ มาเป็นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในปี 1993 ก็ได้ถือสถิติว่าแชมป์รายการนี้จะเปลี่ยนมือทุกปี และไม่มีทีมไหนสามารถป้องกันแชมป์ได้มาตลอดกว่า 25 ปี แต่แล้วก็ต้องมาถูกทำลายลงอย่างย่อยยับใน 2 ฤดูกาลล่าสุด เมื่อเรอัล มาดริด ในยุคการคุมทีมของซิเนอดีน ซีดาน สามารถกวาดถ้วยบิ๊กเอียร์เข้าสู่สโมสรได้ถึง 3 ปีซ้อน ไล่ตั้งแต่ปี 2016-2018 ซึ่งถือเป็นยุคทองของทีม “ราชันย์ชุดขาว” ในช่วง 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา ถึงแม้จะคว้าแชมป์ลา ลีก้า สเปนได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น

แชมป์ 3 สมัยซ้อนของเรอัล มาดริด คว้าชัยชนะเหนือแอตเลติโก มาดริด ในการดวลจุดโทษ ถล่มยูเวนตุส 4-1 และล่าสุดเอาชนะลิเวอร์พูลไปได้ 3-1 ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของซีเนอดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศสเลยทีเดียว แต่เจ้าตัวก็ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากจบฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรของเรอัล มาดริด ต้องหานายใหม่มากุมบังเหียนแทน และหวยไปตกที่จูเลน โลโปเตกี กุนซือทีมชาติสเปน ณ เวลานั้น ทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โต จนกุนซือวัย 51 ปี ถูกสมาคมฟุตบอลสเปนปลดจากตำแหน่งก่อนศึกฟุตบอลโลกจะเริ่มต้นขึ้นเพียง 2 วันเท่านั้น นอกจากการเปลี่ยนแปลงกุนซือแล้ว เรอัล มาดริด อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในฤดูกาลนี้ตามมาด้วย เมื่อกุนซือใหม่เข้ามา มักจะมีนักเตะถูกขายออกไป และเสริมนักเตะรายใหม่เข้ามาแทน และดาวเตะที่ถูกคาดว่าจะย้ายออกจากทีมในซัมเมอร์นี้จะเป็นคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวซัลโวคนสำคัญของสโมสรตลอด 9 ปีที่ค้าแข้งให้กับ “ราชันย์ชุดขาว” เสียด้วย ทำให้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับทีมเลยทีเดียว

นี่เป็นเพียงเหตุผลหนึ่งเท่านั้นที่ทำให้คิดว่า แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลหน้าจะเปลี่ยนมือเป็นทีมอื่นที่ไม่ใช่เรอัล มาดริดอย่างแน่นอน นอกจากเรอัล มาดริด ดูท่าทางจ่ะอ่อนลงเล็กน้อยแล้ว ทีมอื่นๆ ที่ไม่ได้แชมป์รายการนี้มานานหลายปี ก็ยิ่งมีความกระหายมากขึ้น รวมถึงการเสริมขุมกำลังให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่สร้างทีมมาเพื่อหวังคว้าแชมป์รายการนี้โดยเฉพาะ ยูเวนตุส บาเยิร์น มิวนิค รวมถึงทีมยักษ์ใหญ่จากพรีเมียร์ลีกที่ห่างหายจากความสำเร็จกับฟุตบอลรายการนี้มานานแล้ว แค่นี้ก็เพียงพอจะทำให้เชื่อว่าแชมป์ในฤดูกาลหน้าจะไม่ใช่ทีมที่ชื่อเรอัล มาดริดอย่างแน่นอน