ไม่โหดเหมือนปีที่แล้ว

 

ในการแข่งขันฟุตบอลยูโรป้า ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วนั้น ถือว่าไม่มีความน่าติดตามแต่อย่างใด โดยในรอบแบ่งกลุ่มที่มี 48 ทีมทำการแข่งขันกันนั้นแทบไม่มีความน่าสนใจเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ของแต่ละลีกนั้นได้สิทธิ์ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกกันทั้งหมด ซึ่งโดยปกติทีมจากอังกฤษจะต้องมีทีมใหญ่ที่พลาดมาเล่นในรายการนี้ 2 ทีม แต่ว่าปีก่อนหน้านั้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสามารถคว้าแชมป์ได้พอดี ทำให้ทีมได้ไปเล่นในถ้วยใหญ่แทน และเหลืออาร์เซน่อลที่มาเล่นถ้วยนี้เพียงทีมเดียวเท่านั้น ส่วนทีมอื่นๆ ที่พอน่าสนใจบ้างก็คือเอซี มิลานที่มีการเสริมทัพที่ดี แต่นอกนั้นไม่มีทีมไหนสามารถดึงดูดความสนใจจากแฟนบอลได้เลย

แต่แล้วความน่าสนใจก็มาบังเกิดในรอบ 32 ทีมสุดท้าย 24 ทีมที่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มของรายการนี้มาได้นั้น ต้องมารองรับอีก 8 ทีมที่คว้าอันดับ 3 ในรอบแบ่งกลุ่มของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ ทำให้ได้มาเล่นในยูโรป้า ลีกเป็นการปลอบใจ ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วนั้น แต่ละทีมที่หล่นมาจากถ้วยใหญ่นั้นช่างโหดร้ายยิ่งนัก เมื่อมีทั้งโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ แอตเลติโก มาดริด ไลป์ซิก และนาโปลี ทำให้มีความน่าสนใจ และความสนุกเกิดขึ้นทันที ซึ่งจากตอนแรกที่อาร์เซน่อลที่เป็นเต็ง 1 และหมายมั่นปั้นมือว่าจะคว้าแชมป์รายการนี้ให้ได้ เพื่อชิงโควต้าไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเหมือนอย่างที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทำได้นั้น แต่กลับต้องมาเจอกับทีมโหดๆ แทน และสุดท้ายทีม “ปืนใหญ่” ก็ต้องตกรอบรองชนะเลิศด้วยน้ำมือของแอตเลติโก มาดริด ที่สุดท้ายกลายเป็นแชมป์ยูโรป้า ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ในฤดูกาลนี้ในศึกยูโรป้า ลีกก็ถือว่ามีความน่าสนใจพอสมควรในรอบแบ่งกลุ่ม เพราะมีทีมใหญ่ที่ต้องมาเล่นหลายทีม ทั้งอาร์เซน่อล เชลซี เอซี มิลาน และไบย์เออร์ เลเวอร์คูเซ่น เป็นต้น แต่ทว่าทีมที่ตกไปจากศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกที่จะต้องมีการจับสลากเจอกันในรอบ 32 ทีมนั้นกลับไม่น่าสนใจเหมือนเดิม เพราะทีมใหญ่ที่ตกรอบแบ่งกลุ่มของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกไปนั้นไม่ใช่เป็นทีมเต็งเข้ารอบเหมือนอย่างปีที่แล้ว โดยมีอินเตอร์ มิลาน นาโปลี และบาเลนเซีย ที่เป็นทีมที่ยักษ์ใหญ่ในศึกยูโรป้า ลีก ควรหลีกเลี่ยงในรอบ 32 ทีมสุดท้าย โดยบางทีมอาจจะไม่เอาจริงเอาจังด้วยซ้ำ ยกเว้นบาเลนเซีย ที่คงต้องเน้นไว้ก่อน เพราะผลงานในลีกปีนี้แทบไม่มีทางที่จะทำอันดับไปเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลหน้าได้